ผบช.น.บอกทนายเมาฟ้องกลับตำรวจเป็นสิทธิ์

ผบช.น. แจง ทนายเมาฟ้องกลับตำรวจเป็นสิทธิ์ที่เจ้าตัวทำได้ ยันตำรวจทำตามหน้าที่ด้วยดี

จากกรณีที่มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ ชายที่อ้างตัวเป็นทนายความ ปฏิเสธการตรวจวัดอลกอฮอล์ และมีปากเสียงกับตำรวจจราจรกลาง เหตุเกิด บริเวณปากซอยบรมราชชนนี 91 พื้นที่ สน.ตลิ่งชัน ช่วงเช้ามึดวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะเกิดเหตุมีรถยนต์รถยนต์สีดำ ของชายคนดังกล่าว ขับเข้าจุดตรวจและผู้ขับท่าทางมีพิรุธ จึงขอตรวจสอบและพบว่ามีกลิ่นแอลกอฮอล์ จึงขอตรวจด้วยเครื่องตรวจวัดค่าแอลกอฮอล์ แต่ผู้ขับขี่ปฏิเสธ และมีปากเสียงต่อว่าเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าไม่ตรวจวัดพร้อมอ้างตัวเป็นทนายความและแสดงบัตรประจำตัวทนายความ พร้อมพูดสั้นว่า ผมเป็นทนายจะเป่าทำไม ก่อนจะโวยวายและนำโทรศัพท์มาถ่ายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเชิญตัวไปที่ สน.ตลิ่งชัน แต่มีการขัดขืนและโวยวาย เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการใส่กุญแจมือ และนำตัวส่ง สน.ตลิ่งชัน เมื่อถึง สน.ตลิ่งชัน ชายคนดังกล่าวยังคงโวยวาย และอ้างตัวเป็น ทนายความ หลังจากชายคนดังกล่าวถูกส่งตัวต่อศาล และได้ประกันตัว ได้แจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจจราจรกลางชุดจับกุม ในข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว ,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากชายดังกล่าวอ้างว่าได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือ หลังถูกใส่กุญแจมือ และมีนาฬิกาข้อมือ และปากกาเสียหายนั้น พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า กรณีดังกล่าวได้รับรายงานแล้ว ตรวจสอบพบว่าเป็นทนายความจริง ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนส่วนรวม กรณีเจ้าตัวฟ้องกลับตำรวจ ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ พร้อมขอประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หากเจอด่านตรวจ

ด้านพันตำรวจเอกสุวโรจน์ โชติกาญจนรัศมี ผู้กำกับการ สน.ตลิ่งชัน ระบุว่า เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ดำเนินคดีชายคนดังกล่าวในข้อหา เมาแล้วขับ และขัดขืนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน