อาหารคลีน เติมสิ่งนี้ลงไป ได้ประโยชน์คูณสอง

อาหารคลีน เติมสิ่งนี้ลงไป ได้ประโยชน์คูณสอง อาหารคลีนเป็นอาหารสุขภาพที่ช่วยได้ทั้งลดความเสี่ยงโรคเรื้อรั­­­งแถมยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีเยี่ยม ทว่าพอขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารคลีนหลายคนคงส่ายหัว เพราะปักใจไปแล้วว่าอาหารคลีนคงไร้วี่แววความแซ่บแน่ ๆ

1. โหระพา

ตัวช่วยเด็ดที่เป็นทั้งสมุนไพรและยาในตัวเดียวกัน โหระพามีกลิ่นหอม ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารได้เป็นอย่างดี ส่วนสรรพคุณต้องนี่เลย มีทั้งฟลาโวนอยด์ที่ออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพ­­­สูง อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมงกานีส วิตามิน A และ K ก็มา คุณประโยชน์แน่นเว่อร์ขนาดนี้ปลูกใส่กระถางที่บ้านเลยดีไหมเข้า­­­ครัวเมื่อไรจะได้เด็ดใบโหระพาใส่อาหารทั้งคาวหวาน หรือน้ำผลไม้ก็ได้หมด

2. สะระแหน่

ตอนเด็ก ๆ ใครเคยโดนให้กินสะระแหน่แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยวบ้างไหมค่ะ นี่ล่ะคุณประโยชน์ของสะระแหน่ที่คนโบราณเขารู้กันมานานแล้ว แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ว่า สะระแหน่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้อีกอย่าง

ด้วยความที่มีสารพฤกษเคมีที่ชื่อว่า เพอริลลิล แอลกอฮอล์ (Perillyl Alcohol ) มีจุดเด่นด้านยับยั้งการกลายพันธุ์ของเซลล์เนื้อร้าย พร้อมกันนั้นสะระแหน่ยังอุดมไปด้วยแคโรทีน, โฟเลท และวิตามิน B2 ฉะนั้นชาแก้วไหนที่ไร้รสชาติเหลือทน เติมใบสะระแหน่เพิ่มความเผ็ดร้อนและกลิ่นหอม ๆ ได้เลย อ้อ ! และไม่ว่าจะเป็นสลัดผัก ขนมหวาน พุดดิ้ง หรือน้ำผลไม้ก็วางใบสะระแหน่เป็นกิมมิกเสริมสุขภาพดีได้ชิล ๆ

3. ออริกาโน

แม้จะเป็นสมุนไพรของนอกแต่ออริกาโนก็ไม่ได้หากินยากในบ้านเรา แถมคุณประโยชน์ที่อัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ, ลูทีน, เบต้า แคโรทีน, ธาตุเหล็ก, ไฟเบอร์, แคลเซียม, วิตามิน C และ A รวมทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 เจ๋งขนาดนี้จะพลาดไม่ใส่ออริกาโน่ลงในสปาเกตตีโฮลวีท น้ำสลัดไขมันต่ำ หรือสเต็กโฮมเมดได้ยังไงล่ะเนอะ

4. พลาสลี่

เคยเห็นพลาสลี่ในหน้าที่ผักตกแต่งจาน ทั้งที่จริงแล้วพลาสลี่มีความหมายกับสุขภาพและเมนูอาหารคลีนของ­­­เรามากกว่านั้นเยอะ ทั้งสามารถใส่ในซุปผักเติมสารอาหาร ใส่สลัด กินเคียงเมนูปลาเผาหรือเมนูปิ้งย่าง ไม่ก็ใส่เป็นส่วนผสมในน้ำจิ้มและซอสก็เข้าท่า ได้ทั้งความอร่อยที่แปลกใหม่ ได้ทั้งวิตามิน C, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม, โพแทสเซียม, ฟลาโวนอยด์ และโฟเลท ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้อีกต่างหาก

5. ใบเสจ

ใบเสจอุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ สารพฤกษเคมีที่ชื่อว่า อพิจีนิน (apigenin) และลูทีโอลิน (luteolin) พร้อมทั้งกรดฟีโนลิกที่มีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบและต้านอนุมู­­­ลอิสระ และใบเสจยังมีคุณสมบัติในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ เพราะมีสารที่ช่วยยับยั้งการเพิ่มขึ้นของ AChE เอนไซม์ตัวหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังชนิดนี้ โดยหากอยากเติมความหอมของใบเสจและรสชาติที่แตกต่างให้กับเมนูอา­­­หารคลีนของคุณ ก็สามารถทำได้โดยใส่ในซุปผัก ใส่ไข่เจียว หรือใส่ผสมลงไปในกาน้ำชาก็น่าจะเข้าท่าดีเหมือนกัน

6. ใบไธม์

ด้วยคุณสมบัติที่พกมาทั้งวิตามิน K, แมงกานีส และไธมอล ซึ่งช่วยต้านการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย ที่สำคัญใบไธม์ยังมีรสชาติดี ให้กลิ่นหอมสดชื่น จึงสามารถเติมเข้าไปในเมนูไข่หรือเมนูน้ำผลไม้ได้อย่างง่าย ๆ แต่อร่อยจริงจัง

7. ชินนาม่อน

เพียงแค่สูดดมกลิ่นชินนาม่อนก็ช่วยบำรุงการทำงานของระบบสมองได้­­­แล้วนะคะ โดยชินนาม่อนจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดระดับไขมัน LDL, ไตรกลีเซอร์ไรด์ และคอเรสเตอรอลทุกชนิด

อีกทั้งชินนามอนดีไฮด์ (Cinnamaldehyde) สารประกอบสำคัญในชินนามอนยังช่วยต้านอาการอักเสบ และด้วยกลิ่นหอมตามแบบฉบับสมุนไพรจึงสามารถนำไปเติมความอร่อยให­­­้ชากาแฟ, ขนมหวาน และเมนูข้าวโอ๊ตผสมธัญพืชทั้งหลายได้อย่างเข้ากันดี

8. กานพลู

สมุนไพรไทยชนิดนี้ก็มีดีอยู่ที่ความอุดมสมบูรณ์ของกรดไขมันโอเม­­­ก้า 3, แมงกานีส และยูจีนอล ซึ่งช่วยขจัดสารพิษจากมลภาวะ อีกทั้งยังช่วยป้องกันอาการอักเสบที่เกิดขึ้นกับข้อและกระดูก พ่วงด้วยสารฟลาโวนอยด์อีกหลายชนิดซึ่งการันตีคุณสมบัติต้านอนุม­­­ูลอิสระ ดังนั้นใครสนใจอยากเพิ่มความอร่อยและประโยชน์ให้อาหารคลีนสามาร­­­ถเติมกานพลูงในเมนูของคุณได้ โดยอาจจะนำกานพลูผสมลงไปเครื่องดื่มชนิดร้อนหรือจะเป็นเมนูของห­­­วานก็เหมาะ

9. ยี่หร่า

แค่ชื่อก็รู้สึกได้ถึงความเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมฉุนแล้วใช่ไหมล่ะ­­­ ยี่หร่าเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได­­­้ด้วย โดยยี่หร่ามีธาตุเหล็กและแมงกานีสอยู่สูง ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันได้ ส่งผลให้การทำงานของร่างกายเป็นปกติและแข็งแรง

ส่วนการพลิกแพลงนำยี่หร่าไปปรุงอาหารก็ทำได้ทั้งเมนูผัดกะเพรา ผัดเผ็ด ต้มยำ หรือจะเป็นเมนูอะไรก็ตามที่อยากได้รสและกลิ่นร้อนแรง ใบยี่หร่าช่วยคุณได้ดีเชียวล่ะ

10. ลูกจันทร์

ลูกจันทร์สามารถนำไปเป็นส่วนผสมในเมนูของหวานได้สบาย ๆ หรือใครอยากลองผสมลูกจันทร์กับอาหารคาวก็น่าลองไม่ใช่น้อย ทั้งยังได้คุณประโยชน์จากลูกจันทร์ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม, ฟอสฟอรัส, วิตามิน A และ C ซึ่งจะช่วยบำรุงระบบไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยต้านเชื้อโรคและเชื้อราได้อีกต่างหาก

11. ขมิ้น

สารพฤกษเคมีที่ชื่อว่า เคอร์คูมิน ในขมิ้นสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์และช่วยควบคุมน้ำหนักได้อีก­­­ทาง แต่หากจะเติมขมิ้นลงไปในอาหารอาจต้องใส่ในเมนูที่ต้องการรสและส­­­ีสันที่จัดจ้าน เช่น แกงเหลือง แกงขมิ้น หรือน้ำพริกต่าง ๆ ซึ่งการันตีความนัวของเมนูนั้น ๆ ได้เลย เพราะขมิ้นก็เป็นสมุนไพรที่คนไทยคุ้นลิ้นมานานแล้วล่ะเนอ­ะ