นักโทษเรือนจำศรีสะเกษ ยกพวกตีกัน ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

จากเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายในเรือนจำแห่งหนึ่ง นักโทษเรือนจำศรีสะเกษ ที่เป็นเหตุการณ์การยกพวกตีกันของนักโทษที่มีจำนวนมากกว่า 700 คน ได้มีการฮึกเหิมยกพวกตีกันภายในเรือนจำหรือห้องที่กักขังนักโทษ ทำให้เจ้าหน้าที่และผู้คุมต้องระดมกำลังเข้าระงับเหตุการณ์ในครั้งนี้ และพบว่ามีจำนวนนักโทษได้รับบาดเจ็บกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์และเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นไปรับชมกันเลย

นักโทษเรือนจำศรีสะเกษ

บาดเจ็บกันระนาว นักโทษเรือนจำศรีสะเกษ ยกพวกตีกัน ทำเอาวุ่นวายทั้งเรือนจำ

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ อัพเดททุกโมง ความวุ่นวายภายในเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้รับแจ้งจากผู้คุมเรือนจำว่าเกิดเหตุการณ์นักโทษยกพวกตีกันเป็นจำนวน 700 กว่าคน จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสะเกษ เดินทางเข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว และเตรียมกำลังนายตำรวจและพนักงานดับเพลิง เข้าไปควบคุมสถานการณ์ หากมีเหตุเพลิงไหม้ภายในเรือนจำด้วย เมื่อไปถึงสถานที่ดังกล่าว พบว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ช่วยกันประคับเหตุการณ์การยกพวกตีกันในครั้งนี้ได้ โดยได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีบ้านพักอยู่ภายในเรือนจำช่วยกันเข้าระงับเหตุการณ์ดังกล่าว

นักโทษเรือนจำศรีสะเกษ ยกพวกตีกัน

โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการระงับเหตุครั้งนี้ และจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บด้วยการถูกแทงเป็นจำนวน 3 ราย จึงได้คุมตัวผู้ต้องขังทั้ง 3 รายไปยังโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา และมีผู้ต้องขังอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จึงได้ช่วยกันปฐมพยาบาล แนะนำตัวผู้ต้องขังที่ก่อเหตุขังแยกไว้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำอีกครั้ง จริงดิ นักโทษแมวขนยา แหกคุก ตำรวจตามล่าทั่วเมือง ซึ่งจากการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่เรือนจำพบว่าอาวุธที่ผู้ต้องขังใช้แทงกันนั้น เป็นช้อนที่ใช้รับประทานอาหารนั่นเอง ซึ่งก็เป็นอุปกรณ์ที่ต้องมีภายในเรือนจำอยู่แล้ว แต่นักโทษได้มีการแอบเอาเข้าไปทำร้ายร่างกายกัน และทำการดัดแปลงเป็นอาวุธ โดยทางเรือนจำก็จะได้นำตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีและทำการลงโทษต่อไป

จ็บกันระนาว นักโทษเรือนจำศรีสะเกษ

จากการสอบสวนและเข้าตรวจสอบเหตุการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสะเกษ พบว่าเป็นการทะเลาะวิวาทของผู้ต้องขังบางส่วนเท่านั้น ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่มากมาย และไม่มีการก่อเหตุวางเพลิงภายในเรือนจำแต่อย่างใด ซึ่งก็ต้องนำผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายนั่นเอง