พนักงาน Apple ยื่นใบลาออกกว่าพันราย ประท้วงบริษัทบังคับเข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

            พนักงาน Apple กว่าหนึ่งพันคนทยอยยื่นใบลาออก หลังมีการประกาศแจ้งพนักงานทุกคนต้องกลับมาทำงานที่สำนักงานวีคละ 3 วัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องเปลี่ยนไปทำงานแบบ Work From Home เกือบ 2 ปี เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  โดยพนักงานหลายคนให้เหตุผลในการลาออกว่า พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต อัพเดททุกชั่วโมง แถมบางคนยังบอกด้วยกว่าการทำงานแบบเข้าออฟฟิศนั้น “ล่าช้า” ไปแล้วนับตั้งแต่การโรคระบาดขึ้น

พนักงาน Apple

พนักงาน Apple กว่า 1,000 รายชื่อ ลงนามต่อต้านนโยบายเข้าออฟฟิศ

            เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อบริษัท Apple ตัดสินใจให้พนักงาน Appleทุกคนต้องเข้าสำนักงานละ 3 ครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องเปลี่ยนไป Work From Home แบบ 100% เกือบ 2 ปี เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  แต่การประกาศนโยบายนี้ทำให้เกิดกระแสต่อต้านในหมู่พนักงานเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะพนักงานระดับสูงอย่าง “เอียน กู๊ดเฟลโลว” (Ian Goodfellow) ที่มีตำแหน่งเป็นถึงผู้อำนวยการด้านแมชชีนเลิร์นนิง ถึงกับยื่นจดหมายลาออกจากบริษัท โดยให้เหตุผลว่าการที่บริษัทบังคับให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศนั้นมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และถือเป็นการทำงานที่ล้าสมัยไปแล้วนับตั้งแต่เกิดโรคระบาดขึ้น เตือนภัย มิจฉาชีพ หลอกขโมยข้อมูล บัตรเครดิต ที่กลับมาอาละวาดอีกแล้ว

พนักงาน Apple ยื่นใบลาออกกว่าพันราย

            ทั้งนี้พนักงาน Appleได้มีการล่ารายชื่อพนักงานที่ไม่พอใจนโยบายเข้าออฟฟิศของบริษัทเพื่อยื่นหนังสือประท้วงให้กับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งปัจจบันมีรายชื่อพนักงานร่วมอุดมการณ์ไม่น้อยกว่า 1,000 รายชื่อ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าติดตามว่าทาง Apple จะมีนโยบายรับมือกับกระแสต่อต้านของพนักงานยังไง ขณะที่ผลการการวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า ปัจจุบันมีชาวอเมริกันลาออกจากงานในอัตราที่สูงเป็น ประวัติการณ์ที่ราว 4.5 ล้านคน เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยสาเหตุที่หลักเป็นเพราะงานที่ทำขาดความยืดหยุ่นในการทำงาน โดยเฉพาะการต้องไปทำงานที่ออฟฟิศ ขณะที่หลายบริษัทชั้นนำเริ่มหันมาใช้นโยบายทำงานแบบเข้าออฟฟิศวีคละ 3 – 4 วัน แต่พนักงานส่วนใหญ่ต้องการเข้าออฟฟิศแค่วีค 1 – 2 วัน หรือทำงานแบบ Work From Home 100% ไปเลยมากกว่า